เหตุเกิดจากวันนี้ได้มาทบทวนตัวเอง เรื่องการสอนคน ทำให้ฉุกคิดได้ว่า เราทุกๆคน (ทั่วโลก) ทุกๆวันเรามีสถานะเป็นทั้ง ที่เราเป็นทั้งผู้เรียน และผู้ถ่ายทอดไปในเวลาเดียวกัน บางคนเป็นผู้เรียนวิชาคณิตศาสตร์ และในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ถ่ายทอดให้เพื่อนคนอื่นๆ บางคนเรียนวิธีใช้เครื่องชงกาแฟ และก็ถ่ายทอดวิธีทำกับข้าว หลายคนอาจจะบอกว่านี่คือการสอนเลข สอนทำอาหาร สอนพิเศษ สอนนู่น นั่น นี่
เวลาเราบอกว่าเราสอนคนอื่น เรามักจะชอบให้เขาทำตามที่เราสอน ทำตามที่เราบอก เมื่อเขาไม่ทำตาม หรือไม่เป็นไปดังที่เราคิด เราก็มักจะมีความรู้สึกไม่ดีเกิดขึ้น ถ้าเกิดบ่อยครั้งก็ทำให้เราไม่อยากจะสอนคน คนนั้น
เอ๊ะ จริงๆแล้วการสอนคืออะไรกันแน่นะ ขอเวลาสักนิดหนึ่งกลับมาดูกันก่อนว่า จริงๆแล้วเนี่ย คำว่าสอนคืออะไร ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน บอกว่า
สอน เป็น "ก.(กิริยา) บอกวิชาความรู้ให้ เช่น ครูสอนหนังสือนักเรียน, แสดงให้เข้าใจโดยวิธีบอกหรือทําให้เห็นเป็นตัวอย่างเพื่อให้รู้ดีชั่วเป็นต้น เช่น สอนแม่ไม้มวยไทย สอนเย็บปักถักร้อย สอนเท่าไรไม่รู้จักจํา; เริ่มฝึกหัด เช่น เด็กสอนพูด ผู้เป็นอัมพาตต้องมาสอนเดินใหม่ ไก่สอนขัน, เริ่มมีผล เช่น ต้นไม้สอนเป็น."
การสอน คือการ บอก หรือ เป็นเพียงการ แนะนำ ให้เห็นนั่นเอง และการสอนนั้นต้องเกิดจากความหวังดีที่อยากจะถ่ายทอดสู้ผู้เรียน หรือผู้รับ ฉะนั้นไม่ว่าผลลัพทธ์จะออกมาเป็นอย่างไร เราต้องไม่คาดหวัง
หรือถ้าจะพูดในแบบที่เข้าใจง่ายกว่าเดิม คือ "เราสอนใครไม่ได้หรอก เราได้แค่แนะนำ หรือบอกเขา ให้เขามีข้อมูลมาพอที่จะสอนตัวเอง สุดท้ายอยู่ที่ตัวเขาว่าเขาจะทำหรือเปล่า และนั่นก็เป็นสิทธิของเขา" ถ้าเราเปลี่ยนมามองมุมนี้ เชื่อว่าคงทำให้หลายคนรู้สึกสบายใจในการเข้าไปแนะนำมากกว่าเดิม
ถ้าผู้ให้ ให้ด้วยความหวังดี และไม่คาดหวัง กล่าวคือให้อิสระในการเลือกเดินมากกว่าการบังคับผู้เรียน เชื่อได้ว่าความหวังดีจะต้องถูกถ่ายทอดออกไป ผู้รับก็จะรับด้วยความสบายใจ และความอิ่มใจมากยิ่งขึ้น
เพราะ "แท้จริงแล้วคนเราสอนใครไม่ได้ เรามีหน้าที่แค่แนะนำ กับชี้ทาง ถ้าเราทำให้ดีที่สุดด้วยความเมตตาแล้วละก็ ก็ไม่มีอะไรน่าเสียใจ ... แต่ขอให้จงภูมิใจที่วันนี้ได้ทำสิ่งดีๆ อีกหนึ่งวัน"

